Christ the Redeemer ชมรูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

E:\งานครูนกและนาวา\งานเขียนบทความ\งานเขียนบทความปี 2564\งานบทความเดือน ส.ค.64\งานบทความ 350 บาท\ภาพคลิป\Christ the Redeemer  1.jpg

Christ the Redeemer  เป็นอนุสาวรีย์พระเยซูคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่  ก่อนเล่าเรื่องนี้ก็ขอสวัสดีเพื่อนๆชาว NightTiger ทุกคน เช่นเคยนะคะ  สำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนไปเยือนดินแดนแห่งศรัทธาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมเก่าแก่  ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  โดยรูปปั้นนี้มีความสูงถึง  38  เมตร (รวมฐาน)  กว้าง  28  เมตร  วัดจากปลายแขนขวาไปจนถึงปลายแขนซ้ายและมีน้ำหนักมากถึง  635  ตันเลยทีเดียว

ประวัติความเป็นมาของคริสต์ รีดีมเมอร์

คริสต์ รีดีมเมอร์  หรือ  กริชตูเรเดงโตร์  ในภาษาโปรตุเกส  เป็นรูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  ยืนในลักษณะกางแขน  ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขากอร์โกวาดู  ประเทศบราซิล  โดยที่มาของการสร้างรูปปั้นนี้เกิดขึ้นในปี  1850  เมื่อมีบาทหลวงท่านหนึ่งมีแนวคิดที่จะสร้างรูปปั้นทางศาสนา  เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้แก่ชาวคริสต์ในประเทศบราซิลและผู้ที่มาเยือน  แต่โครงการนี้ไม่ได้รับการยอมรับ  

จนกระทั่งถึงปี  1920  กลุ่มชาวคริสต์ได้รื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้ง  และล่ารายชื่อจำนวนมากเพื่อของบประมาณในการสร้างจากรัฐบาล  โดยรูปแบบที่ผ่านการคัดเลือกคือรูปปั้นพระเยซูผายมือออก  แสดงถึงสัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครองและสันติสุข  โดยรูปปั้นนี้เริ่มสร้างขึ้นในปี  1922  และใช้เวลาสร้างทั้งสิ้น  9  ปี  ได้รับการออกแบบโดยพอล  ลันดอฟสกี  ประติมากรชาวฝรั่งเศสเชื้อสายโปแลนด์และควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดโดยเอโตร์ ดาซิลวา กอชตา วิศวกรชาวบราซิล

E:\งานครูนกและนาวา\งานเขียนบทความ\งานเขียนบทความปี 2564\งานบทความเดือน ส.ค.64\งานบทความ 350 บาท\ภาพคลิป\Christ the Redeemer  2.jpg

ท่องเที่ยวเมืองริโอ ชมรูปปั้นพระเยซู

ปัจจุบันรูปปั้นพระเยซูคริสต์เป็นรูปปั้นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  มีอายุเกือบ  90  ปี  เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองริโอ เดอ จาเนโร และเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาของชาวบราซิล  เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลกที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึงปีละ  2  ล้านคน  โดยในวันที่  7 เดือน  7 ปี  2007 คริสต์ รีดีมเมอร์ได้ถูกจัดอันดับให้เป็น  1  ใน  7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่อีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปชมความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นพระเยซูที่เมืองริโอ  สามารถเดินทางไปยังคริสต์ รีดีมเมอร์ได้หลากหลายช่องทาง  ทั้งทางรถไฟ  รถตู้  แท็กซี่หรือไปกับทัวร์  ซึ่งโดยปกติแล้วการเดินทางจะใช้เวลาอย่างน้อย  20  นาที  แต่ยิ่งเข้าใกล้รูปปั้น  บอกเลยว่าทุกคนจะต้องตะลึงในความยิ่งใหญ่อลังการ  ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกตอนที่ได้ไปยืนอยู่ตรงหน้ารูปปั้นเลย  เป็นความรู้สึกยิ่งใหญ่  ล้ำค่าและควรค่าแก่การไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตอย่างแท้จริง  ทั้งตื่นเต้น  ตื้นตัน  บรรยายความรู้สึกได้ไม่หมด  

ส่วนช่วงเวลาที่ขอแนะนำ  ด้วยเพราะในทุกๆ วันจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปเที่ยวที่นี่  ช่วงเวลาเช้าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด  นอกจากจะได้ภาพที่สวยแล้ว  อากาศยังเย็นสบายและผู้คนไม่แออัดมากนัก  สามารถเก็บภาพความประทับใจได้อย่างที่ต้องการ  ที่สำคัญจุดที่ตั้งของรูปปั้น  เมื่อมองลงมาที่ด้านล่างจะสามารถมองเห็นวิวเมืองริโอได้ทั้งเมือง  เป็นภาพที่สวยงามเป็นที่สุด

E:\งานครูนกและนาวา\งานเขียนบทความ\งานเขียนบทความปี 2564\งานบทความเดือน ส.ค.64\งานบทความ 350 บาท\ภาพคลิป\Christ the Redeemer  3.jpg

Christ the Redeemer รูปปั้นแห่งศรัทธา สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

นอกจากเราจะสามารถถ่ายภาพรูปปั้นพระเยซูแบบใกล้ๆ  ได้แล้ว  หากใครอยากเห็นภาพในมุมสูง  ได้เห็นทั้งรูปปั้นและวิวเมืองริโอ เดอ จาเนโร สามารถขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชม  Christ the Redeemer  ได้  เป็นอีกหนึ่งความประทับใจอย่างยิ่งที่มีแต่ผู้ที่ได้ไปเยือนเท่านั้นจะเข้าใจ  ในบทความหน้าอยากให้เรานำบทความไหนมาฝากกันอีก ติดตามกันไว้ได้เลยนะคะ พบกันใหม่บทความหน้ากับ NightTiger สวัสดีค่ะ

สามารถชมความยิ่งใหญ่ของคริสต์ รีดีมเมอร์ได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=wYThK6upkcQ

แหล่งที่มาของภาพ :

https://cdn.britannica.com/54/150754-050-5B93A950/statue-Christ-theRedeemer-Rio-de-Janeiro.jpg

https://www.peruforless.com/blog/wp-content/uploads/2013/02/Christ_on_Corcovado_mountain.jpg

https://www.trips-southamerica.com/wp-content/uploads/Cristo.jpg

บทความที่คุณอาจสนใจ ทัชมาฮาล Taj Mahal สถานที่เชิญชูความรักของกษัตริย์อินเดีย

Share :

Twitter
Telegram
WhatsApp

More Adventures

สถานที่ท่องเที่ยว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางเชื่อมผ่านเส้นทางไปพม่า

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เราอาจเคยได้ยินชื่อเสียงทั้งความโหด ของทหารญี่ปุ่นที่ต้องการยึดอำนาจ ในการทำสะพานแห่งนี้ เพื่อเข้าไปในพื้นที่ของประเทศพม่า และทำศึกกับอังกฤษ จนถึงการเกณฑ์เชลยฝรั่งในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้  เกิดการยิงล้มตายจำนวนมาก ในสงครามโลกครั้งที่ 2 NightTiger ได้เห็นทั้งหลักฐาน การก่อสร้าง และคำเล่าลือการเจอผี สำหรับสถานที่แห่งนี้มากมาย จากผู้คนที่ได้แวะไปแถวนั้น ซึ่งทำให้รู้ว่า ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่จารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ยังทำให้เราได้เห็นความน่ากลัว ของอำนาจ และสงครามไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความยากในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นในตอนนั้น

สถานที่ท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ความหนาวและความสูงไม่เป็นรองใคร

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่มาของชื่อที่ใครหลายคน อาจจะแปลกใจก็เป็นได้ เพราะทำไมต้องเป็นผ้าห่ม และปกคือความหมายอะไร ซึ่งมาจากคำว่า ฟ้าห่มปก ที่เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไทยทีเดียว และอากาศหนาวขนาดสามารถเป็นแม่คะนิ้งได้เลย แต่คนในพื้นที่จะเรียกว่า ดอยผาหลวงมากกว่า  โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เป็นชื่อปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งยอดเขาดอยห่มปกนี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 2.285 เมตร ซึ่งถ้าใครต้องการในอากาศที่บริสุทธิ์จริงๆ และต้องการมุมมอง และการถ่ายรูปแบบสุดลูกหูลูกตา แล้วละก็ที่นี่คืออีกที่ สำหรับการมาเที่ยวหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดในปีนี้