ถ้ำพุหวาย วนอุทยานถ้ำเขาวง

ถ้ำพุหวาย


                       ถ้ำพุหวาย  หากใครเคยได้รับชมละครเรื่องดังอย่าง นาคี แล้วล่ะก็ วันนี้เราจะมาพาทุกท่านไปชม ถ้ำพุหวาย สถานที่ที่ใช้สำหรับถ่ายทำละครเรื่องนาคี ชื่นชมไปกับหินงอกหินย้อยสุดอลังการในถ้ำพุหวาย ภายในวนอุทยานถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ที่เที่ยวอุทัยธานีที่ห้ามพลาด ที่จะทำให้หลงรักธรรมชาติอุทัยธานีไม่มีวันลืม

                        จังหวัดอุทัยธานี เป็นจังหวัดที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งโอโซนที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งของเมืองไทย ซึ่งแน่นอนว่าที่เที่ยวธรรมชาติของอุทัยธานีก็ต้องสวยงามไม่แพ้ที่ไหน โดยเฉพาะถ้ำพุหวาย ภายในเขตวนอุทยานถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ที่มีหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามแปลกตา ยิ่งใหญ่อลังการ จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องนาคี วันนี้เราจึงอยากจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่เที่ยวแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น

                       ถ้ำพุหวาย เป็นภูเขาหินปูนสูงชันสลับซับซ้อน มีขนาดใหญ่กว้างขวาง รวมถึงมีหินงอกหินย้อยที่สวยงดงามมากมาย เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงในเรื่องนี้เลย รวมถึงเที่ยวง่ายอีกต่างหาก เพราะอากาศถ่ายเทสะดวก มีโพรงทะลุ และมีค้างคาวที่อาศัยอยู่ในถ้ำ มากกว่า 9 ชนิดด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่าเกือบจะเยอะที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

                      เมื่อเรามาถึงแล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะมาอำนวยความสะดวกด้วยการเป็นไกด์พาเราเที่ยวถ้ำ และให้อุปกรณ์นำทาง ก็คือ ไฟฉายคาดศีรษะสำหรับชมถ้ำ เพราะด้านในจะมืดมากขนาดมองอะไรไม่เห็นเลยทีเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาผจญภัยก็อย่าลืมมาติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อนเข้าชมด้วยนะ

                      ส่วนการเข้าไปใน ถ้ำพุหวาย นั้น ต้องขอบอกว่าถึงแม้จะไม่ไกลจากลานจอดรถนัก ระยะทางแค่เพียง 200 เมตรเท่านั้น แต่เป็นทางที่อยู่ในลักษณะแนวดิ่ง อาจจะทำให้หลายๆ คนกันหอบได้เลยทีเดียว

ถ้ำพุหวาย 2

                                   ภายใน ถ้ำพุหวายจุดแรกที่เราจะได้เจอก็คือ พระพุทธรูป ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ หลังจากที่ได้ไหว้พระกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก็จะคอยอธิบายเรื่องหินงอกหินย้อยให้เราฟังตลอดทาง และชี้ให้เห็นจุดที่หินกำลังงอกขึ้นมาจากพื้นดิน โดยหินที่งอกออกมานั้นใช้เวลา 1 ปีจึงจะสามารถงอกขึ้นมาได้แค่ 7 มิลลิเมตรเท่านั้น  

                                 ถ้าหากมองไปรอบๆ ในถ้ำแล้วลองนึกดูดีๆ เหล่าหินงอก หินย้อยพวกนี้ อาจจะต้องใช้เวลากว่ากี่พันล้านปี ถึงมาปรากฏให้เราได้เห็นกันอย่างทุกวันนี้ เป็นความงดงามของธรรมชาติที่จะหาค่าไม่ได้จริงๆ และถ้าเราได้ส่องไฟขึ้นไปบนเพดานถ้ำนั้น ก็จะเจอกับค้างคาวที่กำลังห้อยหัวอยู่เต็มไปหมด

                                ส่วนด้านในก็จะมีหินงอกหินย้อยเป็นรูปร่างต่างๆ มากมายค่ะ ทั้ง เสาหินล้านปี หินทรงกลด หินรูปฐานประทับเทพ เป็นเจ้าแม่กวนอิมทรงประทับอยู่บนหิน และไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ น้ำตกหินปูน 

                                นอกจากหินงอกหินย้อยแล้ว ก็ยังมีสัตว์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ใน ถ้ำพุหวายไม่ว่าจะเป็น จิ้งหรีดถ้ำ แมงมุมถ้ำ และ ค้างคาว ที่สำคัญตรงนี้ถือได้ว่าเป็นระบบนิเวศน์ที่เราจะเห็นได้ชัดถึงการพึ่งพาอาศัยตามธรรมชาติอย่างที่สุด เพราะค้างคาวจะบินไปกินอาหารจากนอกถ้ำ จิ้งหรีดถ้ำก็จะกินมูลของค้างคาวเป็นอาหาร และแมงมุมถ้ำก็จะกินจิ้งหรีดเป็นอาหารอีกที เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยังบอกด้วยว่า ปกติแล้วจะมีงูถ้ำมากินแมงมุมเป็นอาหารอีกต่อหนึ่งด้วย 

                               พอออกมาจากถ้ำ ก็จะเห็นทางเดินที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ รวมไปถึงวิวทิวเขาที่สวยงามอย่างมาก และถ้าได้เดินต่อไปอีกสักหน่อย ก็จะเจอถ้ำเล็กๆ ซึ่งเคยเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่อาจารย์สุรศักดิ์ พระธุดงค์มาจำศีลที่นี่ด้วย แต่ภายหลังท่านถูกลอบยิงและมรณภาพ ข้าวของของท่านจึงถูกนำมาไว้ที่นี่

ถ้ำพุหวาย 3

หินเกร็ดเพชร และหินงอกดอกกุหลาบที่ ถ้ำพุหวาย

น้ำตกหินปูน โดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นม่านน้ำตกลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้น ๆ เมื่อส่องแสงไฟไปที่ตัวหินงอกนี้ก็จะเกิดเป็นประกายระยิบระยับสวยงามจับตา เพราะเกิดจากการตกผลึกของแร่แคลเซียมคาร์บอเนตนั่นเอง ไม่เพียงแค่จุดนี้เท่านั้นที่น่าสนใจ จุดอื่น ๆ ก็มีความสวยงามไฉไลไม่แพ้กัน ทั้งเสาหินปูนสูงใหญ่สุดอลังการ ม่านหินปูนสุดยิ่งใหญ่ และอื่น ๆ อีกมากมาย

                                     ส่วนทางเดินเข้าไปยังปากถ้ำนั้น ว่ากันว่าจะเป็นทางเดินเล็ก ๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย บรรยากาศเขียวขจีสดชื่น บริเวณปากถ้ำจะเป็นทางเดินที่ลอดชะง่อนผาลงไป เมื่อพ้นบริเวณปากทางเข้า ก็จะเป็นห้องโถงใหญ่ มีพระพุทธรูปให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร


                                    จากห้องโถงนี้ก็จะมีจุดชมหินงอกหินย้อยแยกออกไปอีกมากมาย รวมทั้งหมด 21 จุดด้วยกัน ได้แก่ หินดอกเห็ด, หินย้อย, เสาโรมัน, ดอกไม้หิน, หินหัวปลาโลมา, หินรูปนกกระจอกเทศ, หินปะการัง, เสาหินเล็ก, เสาหินปูน, หินรูปม่าน, หินรูปฐานประทับเทพ, หินรูปกลด, หินกลด, หินรูปบ่อน้ำ, ถ้ำพญานาค, เสาหินล้านปี, อ่างทิพย์, ฟองหิน, น้ำตกหินปูน, 

ถ้ำ


                                         ข้อแนะนำสำหรับการเข้าไปเที่ยวชมยังถ้ำพุหวายนั้น สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือต้องมีผู้นำทางไปด้วย เพราะนอกจากจะช่วยนำทางให้เราแล้ว ก็ยังจะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการเดินเที่ยวชม และข้อมูลเกี่ยวกับหินปูนรูปต่าง ๆ ได้อย่างดีอีกด้วย

                                         ส่วนสถานที่เที่ยวแห่งนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี โทรศัพท์ 0 5651 4651-2

                                       และการเดินทางไปยังถ้ำพุหวาย วนอุทยานแห่งชาติถ้ำเขาวง จะต้องออกจากตัวเมืองอุทัยธานี ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 333 มุ่งหน้าไปยังอำเภอบ้านไร่ ต่อด้วยเส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3011 เพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอบ้านไร่ ก็จะมีป้ายบอกทางไปยังวนอุทยานวัดถ้ำเขาวง

เครดิตภาพ

kapook.com

บทความที่คุณอาจสนใจ อุทยานราชภักดิ์ ณ หัวหิน

Share :

Twitter
Telegram
WhatsApp

More Adventures

กาญจนบุรี

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางเชื่อมผ่านเส้นทางไปพม่า

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เราอาจเคยได้ยินชื่อเสียงทั้งความโหด ของทหารญี่ปุ่นที่ต้องการยึดอำนาจ ในการทำสะพานแห่งนี้ เพื่อเข้าไปในพื้นที่ของประเทศพม่า และทำศึกกับอังกฤษ จนถึงการเกณฑ์เชลยฝรั่งในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้  เกิดการยิงล้มตายจำนวนมาก ในสงครามโลกครั้งที่ 2 NightTiger ได้เห็นทั้งหลักฐาน การก่อสร้าง และคำเล่าลือการเจอผี สำหรับสถานที่แห่งนี้มากมาย จากผู้คนที่ได้แวะไปแถวนั้น ซึ่งทำให้รู้ว่า ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่จารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ยังทำให้เราได้เห็นความน่ากลัว ของอำนาจ และสงครามไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความยากในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นในตอนนั้น

เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ความหนาวและความสูงไม่เป็นรองใคร

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่มาของชื่อที่ใครหลายคน อาจจะแปลกใจก็เป็นได้ เพราะทำไมต้องเป็นผ้าห่ม และปกคือความหมายอะไร ซึ่งมาจากคำว่า ฟ้าห่มปก ที่เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไทยทีเดียว และอากาศหนาวขนาดสามารถเป็นแม่คะนิ้งได้เลย แต่คนในพื้นที่จะเรียกว่า ดอยผาหลวงมากกว่า  โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เป็นชื่อปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งยอดเขาดอยห่มปกนี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 2.285 เมตร ซึ่งถ้าใครต้องการในอากาศที่บริสุทธิ์จริงๆ และต้องการมุมมอง และการถ่ายรูปแบบสุดลูกหูลูกตา แล้วละก็ที่นี่คืออีกที่ สำหรับการมาเที่ยวหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดในปีนี้