น้ำพุร้อนฝาง อดีตภูเขาไฟเก่า

น้ำพุร้อนฝาง

                   น้ำพุร้อนฝาง อดีตภูเขาไฟเก่าที่มอดไปแล้ว มีมากมายกว่า 50 บ่อ โดยตั้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปรอบๆ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กว้างใหญ่กว่า 10 ไร่ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติฯ ได้พัฒนาพื้นที่ให้มีความสวยงามเข้ากับธรรมชาติ โดยทำทางเดินด้วยแนวหิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดิน เข้าไปชมบ่อน้ำพุร้อนได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งบ่อน้ำพุร้อนบางบ่อก็มีขนาดใหญ่ บางบ่อมีขนาดเล็ก แต่ว่าจะมีบ่อใหญ่อยู่หนึ่งบ่อที่จะมี ไอน้ำพุ่งขึ้นสูงกว่า 40-50 เมตร ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้เข้ามาชม พร้อมกับส่งกลิ่นกำมะถันกระจายไปทั่วและก็ยังมีบางบ่อที่มี อุณหภูมิสูงถึงขนาดสามารถต้มไข่จนสุกได้ภายในระยะเวลาแค่ 10-20 นาที                     

                     และแน่นอนว่าที่นี่ไม่ได้มีไว้ให้ชมด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว ยังมีกิจกรรมมากมายหลากหลายอย่างด้วยกัน ทั้งการต้มไข่ และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบ่อน้ำพุร้อน มีการชมน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ อบตัว อาบน้ำแร่ และการแช่เท้า เป็นต้น รวมถึงยังมีจุดกางเต็นท์ บ้านพักของอุทยานฯ ให้บริการอีกด้วย แต่ต้องขอเตือนก่อนว่าสำหรับใครที่ต้องการจะเข้ามาพักที่นี่จะต้องจองล่วงหน้านานข้ามปีกันเลยทีเดียว เพราะที่พักที่นี่เต็มเร็วมากๆ

น้ำพุร้อนฝาง 2

                   ที่มาอันน่าอัศจรรย์ของบ่อน้ำพุร้อนฝาง  เกิดขึ้นมาจากหินร้อนเหลวที่อยู่ใต้เปลือกโลก หรือที่เราเรียกว่า “แม็กม่า”  ไหลแทรกมาตามช่องหินขึ้นมาใกล้เปลือกโลก ทำให้ชั้นหินบริเวณนั้นมีอุณหภูมิสูงขึ้น และเมื่อน้ำบาดาลไหลผ่านชั้นหินร้อนดังกล่าว จึงทำให้อุณหภูมิของน้ำนั้นสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดแรงดันมหาศาล และดันตัวเองผ่านรอยแยกของหินแกรนิตขึ้นมาบนพื้นผิวโลก จนเกิดเป็นน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมา โดยมีไอร้อน เป็นควันลอยคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งความร้อนของน้ำในบ่อน้ำพุร้อนนั้นมีความร้อนสูงประมาณ 80-100 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว



                    น้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นมาจากบ่อเหล่านี้ยังมีคุณสมบัติของแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์มากมาย อย่างเช่น แคลเซียม โซเดียม ซัลเฟอร์ ที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคผิวหนัง และโรคไขข้ออักเสบได้ ทั้งยังช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี เมื่อนำมาอาบซึ่งบ่อ น้ำพุร้อนฝางก็ได้ผ่านการวิเคราะห์แล้วว่ามีคุณสมบัติของแร่ธาตุดังกล่าว ที่สามารถนำมาอาบได้อย่างปลอดภัย ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัด ทำห้องอาบน้ำแร่ ห้องอบไอน้ำ และบ่อน้ำร้อนไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาอาบน้ำพุร้อน โดยตั้งอยู่ก่อนถึงที่ทำการ อุทยานแห่งชาติฯ เล็กน้อย และทางอุทยานแห่งชาติฯ ยังได้จัดให้มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเดินขึ้นเขา ป่าเบญจพรรณมาถึง ยังบ่อน้ำพุร้อน มีระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร

น้ำพุร้อนฝาง 3

โดยทางเราก็ได้จำแนกค่าบริการของกิจกรรมต่างๆใน น้ำพุร้อนฝาง ไว้ดังนี้

ค่าบริการอาบน้ำแร่
– อาบน้ำแร่กลางแจ้งไม่จำกัดเวลา ผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10
– อบไอแร่ ผู้ใหญ่ 30 เด็ก 10 บาท

ค่าบริการห้องแช่น้ำแร่
– ค่าบริการท่านละ 50 บาท ใช้บริการ 2 ท่านขึ้นไปต่อห้อง
– ราคาเหมาห้อง ห้องละ 150 บาท ใช้บริการ 3-5 ท่าน
– ถ้าต้องการใช้บริการ 1 ห้อง ต่อ 1 คน คิดห้องละ 100 บาท
– ใช้บริการครั้งละ 30 นาที

บริการผ้าเช่า
– ผ้าถุงผืนละ 10 บาท
– กางเกงตัวละ 10 บาท
– ผ้าขนหนูผืนเล็ก 10 บาท
– ผ้าขนหนูผืนใหญ่ 15 บาท

เครดิตภาพ

https://www.paiduaykan.com/province/north/chiangmai/fanghotspring.html

บทความที่คุณอาจสนใจ ซากุระ แห่งเมืองสยาม

Share :

Twitter
Telegram
WhatsApp

More Adventures

กาญจนบุรี

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางเชื่อมผ่านเส้นทางไปพม่า

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เราอาจเคยได้ยินชื่อเสียงทั้งความโหด ของทหารญี่ปุ่นที่ต้องการยึดอำนาจ ในการทำสะพานแห่งนี้ เพื่อเข้าไปในพื้นที่ของประเทศพม่า และทำศึกกับอังกฤษ จนถึงการเกณฑ์เชลยฝรั่งในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้  เกิดการยิงล้มตายจำนวนมาก ในสงครามโลกครั้งที่ 2 NightTiger ได้เห็นทั้งหลักฐาน การก่อสร้าง และคำเล่าลือการเจอผี สำหรับสถานที่แห่งนี้มากมาย จากผู้คนที่ได้แวะไปแถวนั้น ซึ่งทำให้รู้ว่า ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่จารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ยังทำให้เราได้เห็นความน่ากลัว ของอำนาจ และสงครามไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความยากในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นในตอนนั้น

เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ความหนาวและความสูงไม่เป็นรองใคร

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่มาของชื่อที่ใครหลายคน อาจจะแปลกใจก็เป็นได้ เพราะทำไมต้องเป็นผ้าห่ม และปกคือความหมายอะไร ซึ่งมาจากคำว่า ฟ้าห่มปก ที่เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไทยทีเดียว และอากาศหนาวขนาดสามารถเป็นแม่คะนิ้งได้เลย แต่คนในพื้นที่จะเรียกว่า ดอยผาหลวงมากกว่า  โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เป็นชื่อปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งยอดเขาดอยห่มปกนี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 2.285 เมตร ซึ่งถ้าใครต้องการในอากาศที่บริสุทธิ์จริงๆ และต้องการมุมมอง และการถ่ายรูปแบบสุดลูกหูลูกตา แล้วละก็ที่นี่คืออีกที่ สำหรับการมาเที่ยวหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดในปีนี้