พญาคันคาก แห่งเมืองยโสธร 

พญาคันคาก

               พญาคันคาก ตำนานเรื่องพญาคันคาก เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าถือชาติกำเนิดเป็นพญาคางคก ได้อาศัยอยู่ใต้ร่มโพธิ์ใหญ่ในเมืองพันทุมวดี ด้วยเหตุใดไม่แจ้งพญาแถนเทพเจ้าแห่งฝนโกรธเคืองโลกมนุษย์มาก จึงแกล้งไม่ให้ฝนตกนานถึง 7 เดือน ทำให้เกิดความลำบากยากแค้นอย่างแสนสาหัสแก่มวลมนุษย์ สัตว์และพืช จนกระทั่งพากันล้มตายเป็นจำนวนมาก พวกที่แข็งแรงก็รอดตายและได้พากันมารวมกลุ่มใต้ต้นโพธิ์ใหญ่กับพญาคางคก สรรพสัตว์ทั้งหลายจึงได้หารือกันเพื่อจะหาวิธีการปราบพญาแถน 
              ที่ประชุมได้ตกลงกันให้พญานาคียกทัพไปรบกับพญาแถน แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมา จากนั้นจึงให้พญาต่อแตนยกทัพไปปราบ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาอีกเช่นกัน ทำให้พวกสรรพสัตว์ทั้งหลายเกิดความท้อถอย หมดกำลังใจและสิ้นหวัง ได้แต่รอวันตายในที่สุด พญาคางคกจึงขออาสาที่จะไปรบกับพญาแถน จึงได้วางแผนในการรบโดยปลวกทั้งหลายก่อจอมปลวกขึ้นไปจนถึงเมืองพญาแถน เพื่อเป็นเส้นทางให้บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เดินทางไปสู่เมืองพญาแถน 

                ซึ่งมีมอด แมลงป่อง ตะขาบ สำหรับมอดนั้นได้รับหน้าที่ให้ทำการกัดเจาะด้ามอาวุธที่ทำด้วยไม้ทุกชนิด                 ส่วนแมลงป่องและตะขาบให้ซ่อนตัวอยู่ตามกองฟืนที่ใช้หุงต้มอาหาร และอยู่ตามเสื้อผ้าของไพร่พลพญาแถนทำหน้าที่กัดต่อย หลังจากวางแผนเรียบร้อย กองทัพพญาคางคกก็เดินทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่การรบ มอดทำหน้าที่กัดเจาะด้ามอาวุธ แมลงป่องและตะขาบกัดต่อยไพร่พลของพญาแถนจนเจ็บปวด ร้องระงมจนกองทัพระส่ำระสาย ในที่สุดพญาแถนจึงได้ยอมแพ้และตกลงทำสัญญาสงบศึกกับพญาคางคก

พญาคันคาก

                         พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำทวนใน จังหวัดยโสธร นั้น เป็นตึกของพิพิธภัณฑ์รูปคางคก ความสูงกว่า 19 เมตร หรือประมาณตึก 5 ชั้น สำหรับชาวอีสานนั้น คางคก เป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาตินั่นเอง และยังเป็นตำนานความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟที่มีมาตั้งแต่ในอดีตแล้ว 

                         โดยภายใน พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จะจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับคางคกกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลก รวมไปถึงกบ อึ่งอ่าง และเขียด  และมีการจัดฉายตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟในรูปแบบภาพยนตร์ 4 มิติอีกด้วย                                ให้นักท่องเที่ยวได้มาศึกษาประเพณีและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมๆ กันเลย

                         นอกจากนั้นยังรวมถึงความเป็นมาของจังหวัดยโสธรในด้านอื่นๆ และแน่นอนว่าชั้นบนสุด บริเวณปากพญาคันคากยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองยโสธรแบบไกลสุดลูกหูลูกตาเลย และบริเวณใกล้ๆ กันยังมี พิพิธภัณฑ์พญานาค ที่บอกเล่าเรื่องราวความเชื่อของคนท้องถิ่นทางภาคอีสานได้อย่างน่าสนใจเช่นเดียวกัน

พญาคันคาก

การเดินทาง ไปยัง พิพิธภัณฑ์ พญาคันคาก

                 ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) มาจนถึงจังหวัดสระบุรี จากนั้นให้แยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านจังหวัดนครราชสีมา อำเภอพิมาย มาจนถึงอำเภอบ้านไผ่ แล้วแยกขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านอำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเสลภูมิ มาจนถึงจังหวัดยโสธร

                 หรืออีกเส้นทางนึง จากถนนทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) จังหวัดนครราชสีมา ก็ให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 207 ที่บ้านวัด จนถึงอำเภอประทาย จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 202 ผ่านอำเภอพุทไธสง อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ ไปจนถึงจังหวัดยโสธร

เครดิตภาพ 

พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก แลนด์มาร์ค ยโสธร กับ เรื่องเล่าในตำนานอีสาน (trueid.net)

บทความที่คุณอาจสนใจ หมู่บ้านมอญ ท่าเสากาญจนบุรี

Share :

Twitter
Telegram
WhatsApp

More Adventures

กาญจนบุรี

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางเชื่อมผ่านเส้นทางไปพม่า

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เราอาจเคยได้ยินชื่อเสียงทั้งความโหด ของทหารญี่ปุ่นที่ต้องการยึดอำนาจ ในการทำสะพานแห่งนี้ เพื่อเข้าไปในพื้นที่ของประเทศพม่า และทำศึกกับอังกฤษ จนถึงการเกณฑ์เชลยฝรั่งในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้  เกิดการยิงล้มตายจำนวนมาก ในสงครามโลกครั้งที่ 2 NightTiger ได้เห็นทั้งหลักฐาน การก่อสร้าง และคำเล่าลือการเจอผี สำหรับสถานที่แห่งนี้มากมาย จากผู้คนที่ได้แวะไปแถวนั้น ซึ่งทำให้รู้ว่า ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่จารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ยังทำให้เราได้เห็นความน่ากลัว ของอำนาจ และสงครามไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความยากในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นในตอนนั้น

เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ความหนาวและความสูงไม่เป็นรองใคร

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่มาของชื่อที่ใครหลายคน อาจจะแปลกใจก็เป็นได้ เพราะทำไมต้องเป็นผ้าห่ม และปกคือความหมายอะไร ซึ่งมาจากคำว่า ฟ้าห่มปก ที่เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไทยทีเดียว และอากาศหนาวขนาดสามารถเป็นแม่คะนิ้งได้เลย แต่คนในพื้นที่จะเรียกว่า ดอยผาหลวงมากกว่า  โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เป็นชื่อปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งยอดเขาดอยห่มปกนี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 2.285 เมตร ซึ่งถ้าใครต้องการในอากาศที่บริสุทธิ์จริงๆ และต้องการมุมมอง และการถ่ายรูปแบบสุดลูกหูลูกตา แล้วละก็ที่นี่คืออีกที่ สำหรับการมาเที่ยวหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดในปีนี้