วัดพระธาตุเขาน้อย ในเมืองเล็กๆ

วัดพระธาตุเขาน้อย

                       วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกัน

                       จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

วัดพระธาตุเขาน้อย 2

            วัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองน่าน เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตัววัดตั้งอยู่บนเขาสูง จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน 

                      พระธาตุเขาน้อย ตามประวัติพระธาตุองค์นี้ สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง ผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 ต่อมาผู้ครองนครน่านอีกหลายองค์ ได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุโดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิงกรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523

วัดพระธาตุเขาน้อย 3

                 ตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า พระพุทธเจ้าเข้าได้เสด็จขึ้นมาประทับบนยอดดอยประทับนั่งอยู่ใต้ต้นมะคับทองของตาายายที่ทำไร่อยู่ข้างๆ ดอยแห่งนี้ ขณะที่ตา “อนันทะ” เดินออกไปทำไร่เห็นพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ก็ตกใจกลัว จึงรีบวิ่งกลับบ้านไปบอกยาย “นางเอื้อน” ว่ามียักษ์มานั่งอยู่ในไร่ของเราใต้ต้นมะคับทอง ยายจงเอาฟักแพงแตงเต้าไปให้มันเถอะ ส่วนตาเดินตามหลังในมือถือหอกหากว่าพวกยักษ์จะทำร้ายยาย ตาก็จะออกไปช่วยโดยมีหอกเป็นอาวุธ

                พระพุทธเจ้ารู้ว่า ณ ที่แห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมพระศาสนาจึงมอบพระเกศา 2 เส้น ส่งให้พระอานนท์ ๆ รับไว้ และบอกกับยายว่า ให้ส่งเต้าปูนทองแดงมาให้ พระอานนท์ก็อธิฐานให้พระเกศาของพระพุทธเจ้าเข้าไปสถิตในเต้าปูนทองแดง แล้วส่งกลับคืนไปให้ยาย หลังจากนั้นตายาย ก็นำเต้าปูนทองแดงที่ได้ไปฝังไว้ใต้ต้นมะคับทองที่พระพุทธเจ้านั่งประทับแล้วทั้ง 2 ก็กลับบ้านโดยที่ไม่ไปไร่นั้นอีกเลย

               ต่อมาพระพทธเจ้าได้เสด็จกลับมาที่ไร่ของตายาย แล้วตรัสพยากรณ์ว่า
“เมื่อตถาคตมาถึงเมืองนี้ แล้วขึ้นไปบนเขานั้น สองผัวเมียคิดว่าเราเป็นยักษ์แล้ว ได้แบกหอกเดินตามหลังเมียมาเพื่อว่าจักแทงยักษ์ถ้าเมียถูกจับกิน เมื่อทั้งสองตายไปแล้วจักไปเกิดบนสวรรค์จนศาสนาล่วงไปจักได้เกิดมาเป็นพระยาเมืองนี้ จักมีนิสัยใจกล้าหาญ ชอบหอกดาบปืนผาหน้าไม้ และช้างม้ามากนักแล ส่วนนางผู้นั้นได้มาเป็นเมียน้อย และจักได้ก่อสร้างพระเกศาธาตุ ของพระตถาคต แล้วจักได้ชื่อว่า พระธาตุเขาน้อย ดังนี้แล…”

               พระพุทธองค์ทรงหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวเมืองน่านในปัจจุบันแล้วตรัสว่า “ต่อไปสถานที่นี้
จะเป็นที่ตั้งของเมืองมีชื่อว่า นันทบุรี พระพุทธศาสนาจะมาเจริญรุ่งเรืองในอาณาเขตนี้แล้วจะสามารถรักษาพระพุทธศาสนาไว้ครบ ห้าพันปี…”

เครดิตภาพ

วัดสวย เมืองน่าน วัดพระธาตุเขาน้อย จุดชมทะเลหมอก ไหว้พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง (trueid.net)

บทความที่คุณอาจสนใจ พญาคันคาก แห่งเมืองยโสธร 

Share :

Twitter
Telegram
WhatsApp

More Adventures

กาญจนบุรี

สะพานข้ามแม่น้ำแคว ทางเชื่อมผ่านเส้นทางไปพม่า

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เราอาจเคยได้ยินชื่อเสียงทั้งความโหด ของทหารญี่ปุ่นที่ต้องการยึดอำนาจ ในการทำสะพานแห่งนี้ เพื่อเข้าไปในพื้นที่ของประเทศพม่า และทำศึกกับอังกฤษ จนถึงการเกณฑ์เชลยฝรั่งในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้  เกิดการยิงล้มตายจำนวนมาก ในสงครามโลกครั้งที่ 2 NightTiger ได้เห็นทั้งหลักฐาน การก่อสร้าง และคำเล่าลือการเจอผี สำหรับสถานที่แห่งนี้มากมาย จากผู้คนที่ได้แวะไปแถวนั้น ซึ่งทำให้รู้ว่า ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ สถานที่ประวัติศาสตร์ ที่จารึกเรื่องราวต่างๆ ไว้แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายสิบปีแล้วก็ตาม แต่ยังทำให้เราได้เห็นความน่ากลัว ของอำนาจ และสงครามไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย ความยากในการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควขึ้นในตอนนั้น

เชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ความหนาวและความสูงไม่เป็นรองใคร

อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่มาของชื่อที่ใครหลายคน อาจจะแปลกใจก็เป็นได้ เพราะทำไมต้องเป็นผ้าห่ม และปกคือความหมายอะไร ซึ่งมาจากคำว่า ฟ้าห่มปก ที่เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศไทยทีเดียว และอากาศหนาวขนาดสามารถเป็นแม่คะนิ้งได้เลย แต่คนในพื้นที่จะเรียกว่า ดอยผาหลวงมากกว่า  โดยมีการเปลี่ยนชื่อจาก อุทยานแห่งชาติแม่ฝาง เป็นชื่อปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งยอดเขาดอยห่มปกนี้ สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากถึง 2.285 เมตร ซึ่งถ้าใครต้องการในอากาศที่บริสุทธิ์จริงๆ และต้องการมุมมอง และการถ่ายรูปแบบสุดลูกหูลูกตา แล้วละก็ที่นี่คืออีกที่ สำหรับการมาเที่ยวหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดในปีนี้